ฝันดีครับ
ผมมีนิทานก่อนนอนจะเล่าให้ฟังครับ: บันทึกของเด็ก IT ปี 1 ในคืนที่เงียบงัน
สารบัญ
ตอนที่ผมเขียนบล็อกนี้ เป็นคืนเงียบๆ ในหอ เด็ก IT คนหนึ่งกำลังจะนอน แต่สมองยังไม่ยอมพัก เลยอยากเล่าเรื่องของตัวเองเก็บไว้สักหน่อย เผื่ออีกไม่กี่ปีข้างหน้ากลับมาอ่านแล้วจะได้เห็นว่าตัวเองเดินทางมาไกลแค่ไหน
จากเด็ก ม.6 ที่ไม่ชอบคณิต… สู่เด็ก IT ปี 1
แต่พอเริ่มเรียนจริง ก็ไม่ได้สบายหรอก ผมคิดเรื่อง AI บ่อยมาก เห็นข่าว เห็นเครื่องมือใหม่ๆ ก็แอบถามตัวเองตลอดว่า
"อีกหน่อย AI จะมาแย่งงานไหมวะ แล้วเราจะเหลืออะไร"
ผมไม่ค่อยเชื่อประโยคปลอบใจแนวว่า "AI จะไม่แย่งงานคุณ มันแค่ช่วยคุณทำงาน" เท่าไหร่ รู้สึกว่ามันฟังดูสวยหรูไปหน่อย ผมเลยเลือกอีกแบบ คือในเมื่อมันมาแน่ ก็เรียนให้พื้นฐานแน่นไปเลย ด้าน Algorithms, Database, Embedded System อะไรพวกนี้ ต่อให้เทคโนโลยีเปลี่ยน ความเข้าใจพื้นฐานมันยังอยู่กับเรา
จากเด็กผอมตัวลีบ สู่คนที่เริ่มเห็นกล้ามตัวเองในกระจก
เมื่อก่อนผมเป็นคนผอมมาก น้ำหนักประมาณห้าสิบกว่า สูงร้อยเจ็ดสิบกว่า หุ่นจะออกแนวลีบๆ หน่อย แต่ช่วงปีนี้ผมเริ่มจริงจังกับการออกกำลังกายมากขึ้น ทั้งวิ่ง ทั้งยกดัมบ์เบล ทั้งเล่นบอดี้เวท
ผมชอบวิ่ง ชอบความรู้สึกตอนหัวใจเต้นแรงๆ และตัวเองกำลังพยายามลากขาไปข้างหน้าเรื่อยๆ
- 10 KM: จบในเวลาประมาณ 59 นาที
นอกจากวิ่ง ผมก็ยกเวทที่หอ มีดัมบ์เบล 5 กิโลสองอัน เอามาปรับท่าเล่นไปเรื่อยๆ อยากให้หน้าอกเป็นทรงตัว V อยากให้กล้ามเนื้อมันชัดขึ้นกว่านี้ เวลาใส่เสื้อรัดรูปจะได้รู้สึกภูมิใจในตัวเองหน่อย
จาก 50 kg ตอนนี้ขึ้นมาแถวๆ 60 kg ไม่ใช่แค่ตัวใหญ่ขึ้น แต่กล้ามเนื้อเริ่มชัดขึ้นด้วย ถึงขาจะยังลีบในสายตาตัวเองอยู่ก็เถอะ 555+
บางทีผมก็ยืนมองรูปตัวเองเก่าๆ แล้วเทียบกับปัจจุบัน แล้วรู้สึกว่า "เออ กูก็พยายามเยอะเหมือนกันนะ ไม่ได้มายืนตรงนี้ฟรีๆ"
ถึงคุณ... ที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ หรือ "ผมในอนาคต"
หวังว่าคุณจะภูมิใจในเด็ก 19 คนนี้หน่อยนะ เด็กที่อยู่ห้องร้อนๆ คนเดียว แต่นั่งพิมพ์บล็อกก่อนนอน เพราะยังเชื่อว่า ตัวเองยังพอมีโอกาสสร้างอะไรดีๆ ให้ชีวิตได้อยู่
คืนนี้ผมคงปิดไฟ แง้มหน้าต่างไว้ให้ลมร้อนๆ ของหอพัดเข้ามานิดหน่อย แล้วก็หวังว่าวันพรุ่งนี้ จะเป็นอีกวันที่ผมได้ขยับเข้าใกล้เวอร์ชันที่ดีขึ้นของตัวเองอีกนิดง้อว โครตเบียว
แล้วก็… ขอบคุณตัวเองที่ยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ถึงจะบ่นเก่งไปหน่อยก็เถอะ