Lesson Learned - สรุปจบวิชา HCI ที่ดึงพลังชีวิตสุดๆ
Lesson Learned จบสักทีวิชานี้ (รอดมาได้ไงวะ)
เอาจริงตอนแรกที่ลงวิชานี้ คิดว่าคงเป็นแค่วิชาออกแบบหน้าจอเว็บหรือแอปให้มันดูสวยๆ จัด layout นิดหน่อยก็จบ แต่พอเอาเข้าจริง... งานเดือดมาก ช่วงเดือนกุมภาที่ผ่านมาคือหนักสุดๆ ทั้งป่วยทั้งหมดไฟ ตามงานโปรเจกต์แทบไม่ทัน บวกกับไลฟ์สไตล์ที่ปกตินอนแค่วันละ 4-5 ชั่วโมงอยู่แล้ว พอมาเจองานวิชานี้เข้าไปอีกคือแทบขิตคาหอครับ
แต่พอผ่านมาได้ ลองมานั่งทบทวนดู วิชานี้ก็เปลี่ยนมุมมองผมไปเยอะเหมือนกัน ขอสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ตามความเข้าใจของตัวเองประมาณนี้เลยละกัน
1. ดีไซน์ที่ดีไม่ใช่แค่สวย แต่มันต้องแก้ปัญหาได้จริง
จากงาน Good & Bad Design (ที่เอารางสไลด์โต๊ะคอมมาบ่น) ทำให้รู้เลยว่าของบางอย่างถ้าออกแบบมาไม่คิดถึงคนใช้ มันสร้างความหงุดหงิดแค่ไหน ปกติเวลาผมเขียนโค้ดทำเว็บ พวก React หรือ Next.js ก็จะโฟกัสแค่ให้ระบบมันทำงานได้ ฟังก์ชันครบก็จบ แต่ตอนนี้ตระหนักแล้วว่าถ้า User ใช้งานยาก ระบบลื่นแค่ไหนเขาก็หนี
2. อย่ามโนไปเองว่า User ต้องการอะไร
พวกงานทำ Persona, Empathy Map กับ Design Thinking (อย่างแอปรีวิววิชาเรียน หรือแอปหาเพื่อนดูหนัง) สอนให้รู้ว่าเราจะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งไม่ได้ เราต้องไปหา Insight จริงๆ ว่า Target ของเราเขาเจอ Pain point อะไร พฤติกรรมเขาเป็นยังไง ไม่งั้นก็ทำโปรดักต์ออกมาตอบสนองแค่ Need ตัวเอง stuff like that...
3. กฎ 10 ข้อของ Nielsen (Heuristic Evaluation)
อันนี้เหมือนเป็นคัมภีร์เบิกเนตร เวลาเล่นแอปอะไรตอนนี้คือเริ่มจับผิดชาวบ้านไปทั่วละ สถานะระบบชัดไหม (Visibility) ไอคอนสื่อความหมายตรงกับโลกจริงป่าว และที่สำคัญคือความสม่ำเสมอ (Consistency) ...ซึ่งเอาจริงๆ ชีวิตผมก็ไม่ค่อยจะ Consistency เท่าไหร่หรอกนะ
4. ก่อนจะเขียนโค้ด ต้องเทสก่อน
การทำ Prototype ตั้งแต่ขีดเขียนลงกระดาษ ไปจนถึง Wireframe แล้วเอาไปทำ Usability Testing หรือ A/B Testing ทำให้เห็นภาพเลยว่า สิ่งที่เราคิดว่าโคตรคูล พอคนอื่นมาลองใช้จริงอาจจะงงเป็นไก่ตาแตกก็ได้ การเอาฟีดแบ็กจากคนใช้จริงมาแก้คือสิ่งที่สำคัญสุดๆ
สรุปคือวิชา HCI สอนให้คนเรียนสายไอทีแบบเราเข้าใจคนมากขึ้น เทคโนโลยีจะเทพแค่ไหนก็ต้องมี Interface ที่เป็นมิตรเพื่อสื่อสารกับผู้ใช้งานให้รู้เรื่อง
ระบบที่ดีต้องมี Error Prevention เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด แต่ถ้าไม่อยากพลาดคนดีๆ แบบเรา ต้องทำไงครับพี่